5 วิธีสำหรับการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

5 วิธีสำหรับการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

จากวิกฤตการณ์โควิดที่ผ่านมา ที่ส่งผลโดยตรงกับบรรดาธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องปิดตัวลง อาจทำให้บรรดามนุษย์เงินทั้งหลายตระหนักได้ว่า ชีวิตของการเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ได้ไม่ความมั่นคงเท่าไหร่นัก

ดังนั้นเรื่องที่จำเป็นสำหรับบรรดามนุษย์เงินเดือนทั้งหลายก็คือ การสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตให้ได้มาก และเร็วที่สุด ซึ่งนั่นหมายถึงการสร้างนิสัยที่ดีในการเก็บออมเงิน สิ่งแรกๆที่ชาวมนุษย์เงินเดือนนึกถึงน่าจะเป็นการเลือกเก็บเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารใดสักแห่ง  แต่จะมีสักกี่คนที่มองเห็นการออมเงินอย่างชาญฉลาด ด้วยการเลือกที่จะนำเงินส่วนที่ต้องเก็บออมแต่ละเดือนมาใช้ในการลงทุน ที่นอกจากจะเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตแล้ว การลงทุนอาจจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้ได้มากกว่าแค่การนอนรอดอกเบี้ยของธนาคารเฉยๆ ได้

แต่วิธีการลงทุนที่ชาญฉลาดสำหรับมนุษย์เงินเดือนจะมีอะไรบ้าง เราลองมาศึกษากันใน 5 วิธีสำหรับการลงทุนที่ดี่ที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

5 วิธีสำหรับการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน

1.การเลือกฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากประจำแทนบัญชีออมทรัพย์

การฝากประจำเรียกได้ว่าเป็นการลงทุนประเภทหนึ่ง ซึ่งใคร ๆ ก็ทำได้ง่ายๆ และถือเป็นการสร้างวินัยในการออมที่ดีที่สุด คุณสามารถเป็นผู้กำหนดเงินฝากในแต่ละเดือนได้ อีกทั้งการฝากประจำยังถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง นอกจากนั้นการเลือกฝากประจำแบบระยะยาวก็จะยิ่งทำให้คุณได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

2.การเลือกลงทุนขายของออนไลน์

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการซื้อ-ขายบนโลกออนไลน์ในปัจจุบัน ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด 19 นี้ด้วยแล้ว ทำให้ผู้คนหลีกเลี่ยงที่จะออกจากที่พักอาศัยให้ได้มากที่สุด ดังนั้นหากคุณสามารถมองหาช่องทาง หรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดมาขายทางออนไลน์ได้ รับรองได้เลยว่ากำไรจากการขาย อาจทำให้คุณมองเห็นช่องทางการประกอบอาชีพใหม่ได้เลย

3.การเลือกลงทุนในกองทุนรวม หรือกองทุนตราสารหนี้

การเลือกลงทุนในลักษณะนี้ ผู้ลงทุนอาจจะต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด เพราะการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ผู้ลงทุนอาจจะต้องมีความเสี่ยงแต่รับรองว่าผลกำไรที่ได้จากการลงทุนที่อาจจะสูงเฉลี่ยถึงปีละ 10-15% จะทำให้บรรดามนุษย์เงินเดือนรู้สึกปลื้มปริ่มได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

4.การเลือกทำประกัน

ซึ่งการเลือกทำประกันกับบริษัทประกันสักแห่ง นอกจากจะสามารถใช้เป็นหลักประกันทางสุขภาพในยามเจ็บป่วยได้แล้ว การเลือกทำประกันแบบมีเงินปันผลก็สามารถทำให้เงินออมของคุณงอกเงยได้เช่นกัน

 5.การลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์

มนุษย์เงินเดือนบางคนอาจจะเลือกมองการไกล ด้วยการเลือกลงทุนกับอสังหาฯ ด้วยการเลือกซื้อ-ผ่อนที่ดิน หรือบ้านในทำเลดี ๆ สักแห่ง ที่ไม่แน่ว่าสักวันอสังหาฯ เหล่านี้อาจจะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีใหม่ได้ในอนาคต

การเลือกลงทุนสำหรับมนุษย์เงินเดือนมีมากมายหลายรูปแบบ แต่เป้าหมายเดียวกันของการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ ก็คงไม่พ้นความต้องการที่จะมองหาความมั่นคง หลักประกัน และรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพราะเราเชื่อว่าคงไม่มีใครต้องการที่จะเป็นมนุษย์เงินเดือนไปตลอดชีวิตแน่นอน

 

# นักท่องเที่ยว กลุ่มลูกค้าใหม่จากปล่อยเช่ารายวัน

การลงทุนกับหุ้นกู้แปลงสภาพ

การลงทุนกับหุ้นกู้แปลงสภาพ

           การลงทุนอีกแบบ ที่ผู้ลงทุนที่มีความรู้สนใจ นั่นก็คือ การลงทุนกับหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่เป็นการเข้าซื้อหุ้นกู้ที่เปิดขายนั้น ๆ แต่ต่อมาทางบริษัท หรือเจ้าของกิจการนั้น เปิดให้มีการเปลี่ยนแปลงจากหุ้นกู้ มาเป็นหุ้นสามัญได้ ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงต้องทำการศึกษาให้ดีว่าระหว่างหุ้นกู้ที่ถืออยู่ ใรมูลค่าและดอกเบี้ยที่ได้รับเป็นค่าตอบแทน และสถานะที่เป็นเจ้าหนี้ขององค์กรธุรกิจนั้นดี และพอใจหรือไม่ เมื่อเปรียบเทียบกับการแปลงสภาพของหุ้นกู้มาเป็น หุ้นสามัญที่จะทำให้เป็นเจ้าของตามสัดส่วนของจำนวนหุ้น ขององค์กรธุรกิจนั้น เพราะว่าสถานะจะเปลี่ยนไป พร้อมกับผลตอบแทนที่จะเปลี่ยนรูปแบบเช่นกัน ซึ่งจะได้ผลตอบแทนตามผลกำไรขาดทุน จึงถือเป็นความเสี่ยงหากเป็นหุ้นสามัญ

การลงทุนกับหุ้นกู้แปลงสภาพ

แต่ถึงอย่างไร การลงทุนกับหุ้นกู้แปลงสภาพ มีข้อดีคือ ผู้ลงทุนสามารถเลือกตัดสินใจก่อนทำการเปลี่ยนแปลงได้  เพราะว่าผู้ลงทุนสามารถชั่งใจ วิเคราะห์ได้ว่า จะเลือกการได้ผลตอบแทนแบบแน่นอน มีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ได้คงเดิม ซึ่งอาจจะได้น้อยกว่าหุ้นสามัญ สำหรับการถือครองหุ้นกู้ กับ หากเปลี่ยนสภาพหุ้นมาเป็นหุ้นสามัญที่จะมีการให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่รวมถึงความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ ตามผลประกอบการของธุรกิจ กับสถานะที่ได้มาเป็นเจ้าของร่วม จึงทำให้ผู้ลงทุนต้องศึกษาแนวโน้มของ องค์กรนั้น ๆ ให้ดี ๆ ว่าตอนนี้การประกอบธุรกิจมีทิศทางที่จะทำให้ได้กำไร และยาวนานแค่ไหน เพื่อประกอบการตัดสินใจเมื่อเทียบ กับผลตอบแทนที่ต้องได้แน่นอนจากหุ้นกู้

 

# ทำไมถึงต้องลงทุนและการลงทุนส่งผลดีอย่างไร

ทำไมถึงต้องลงทุนและการลงทุนส่งผลดีอย่างไร

ทำไมถึงต้องลงทุนและการลงทุนส่งผลดีอย่างไร

           ในปัจจุบันที่ทุกคนต่างเซาะหาวิธีที่จะสร้างผลกำไรที่ไม่ใช่เพียงแต่จากรายได้ที่ทำอยู่ไม่ว่าจะเป็น ทั้ง พนักงานบริษัท ผู้ที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม ข้าราชการ หรือว่า อาชีพอิสระ ก็ยังต้องนำเงินที่เก็บไว้หรือเป็นเงินเย็นที่เก็บไว้ใช้ในอนาคต แบ่งออกมาส่วนหนึ่งเพื่อที่จะนำไปลงทุนบนตลาดหลักทรัพย์หรือว่าจะเป็นการเล่นหุ้นก็ตามที่ไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าการลงทุนที่หวังไว้ว่าจะสร้างกำไรได้หรือไม่ เพื่อที่จะนำไปใช้ที่ในยุคเศรษฐกิจไม่สามารถเอาความแน่นอนได้เลย การลงทุนกับสิ่งเหล่านี้ก็ยังเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยให้ความกังวลนี้หมดไป ดังนั้น ก่อนที่จะคิดลงทุนกับอะไรก็ตามก็ควรที่จะตั้งเป้าหมายและศึกษาถึงรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนซึ่งจะทำให้ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินความคาดหมาย

ทำไมถึงต้องลงทุนและการลงทุนส่งผลดีอย่างไร

สิ่งที่จะส่งผลดีต่อการลงทุนก็คือ

1.จะมีเงินเก็บมากขึ้น จะเกิดขึ้นได้จากการที่วิเคราะห์ถึงราคาสินทรัพย์ที่มีการเคลื่อนไหวที่ไม่ขึ้นลงมากเกินไปหรือว่าจะศึกษาถึงรายละเอียดของหุ้นหรือสิ้นทรัพย์ที่ต้องการลงทุนมีราคาที่แปรผันมากเกินไปก็จะได้กำไรมาอย่างง่ายๆ อย่างไม่ต้องกังวล แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือราคาหุ้นที่สูงมากเกินไปอาจจะเป็นราคาที่ตั้งหลอกขึ้นมาก็เป็นได้

2.การลงทุนเพื่อสร้างรายได้ จะเป็นการลงทุนที่ใช้เวลาไม่นานมากนักแต่ก็พอที่จะเป็นการสร้างรายได้อีกอาชีพหนึ่งเลยก็ได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงอยู่พอสมควรที่ต้องนำเงินเก็บครึ่งหนึ่งมาลงทุนด้วยเหมือนกัน วิธีการกระจ่ายความเสี่ยงออกไปก็คือ นำเงินลงทุนแบ่งออกเป็นส่วนๆ และนำไปลงทุนกับหลากหลายผุ้นที่มีความเชื่อถือได้

ดังนั้น สิ่งที่กล่าวมานี้จึงเป็นข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุน

 

# กองทุนรวม มีแบบใดบ้างที่เหมาะกับวัยเกษียณ

การลงทุนกับอสังหาโดยเริ่มต้นเงินลงทุนที่ 0 บาท

การลงทุนกับอสังหาโดยเริ่มต้นเงินลงทุนที่ 0 บาท

การลงทุนกับอสังหาโดยผู้ลงทุนไม่ต้องรองรับความเสี่ยงเลย เริ่มต้นการลงทุนกับอสังหาด้วยเงินลงทุนเพียง 0 บาทนั้นสามารถทำได้จริง การลงทุนทำกำไรกับอสังหาแบบนี้เรียกว่าการจับเสือมือเปล่าก็ว่าได้ ความจริงแล้วการลงทุนกับอสังหาในลักษณะนี้ก็คือการที่ผู้ลงเป็นคนกลางระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย เป็นผู้ดำเนินการจัดการเป็นธุระสารพัดเรื่องที่เกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาแปลงนั้นๆ ห้องนั้นๆ หลังนั้นๆ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนโดยปกติแล้วอยู่ที่ 3% ของราคาที่ซื้อขายกันจริง ไม่ใช่ราคาที่แจ้งต่อหน่วยงานของรัฐเพื่อคำนวณการลงทุน

นอกจาก 3% ที่ปกติจะได้รับอยู่แล้ว ถ้าสามารถเจรจาตกลงกับทางฝ่ายผู้ขายได้หนึ่งส่วนเรียกเก็บค่าดำเนินการ 3% แล้วยังเป็นผู้ดำเนินการให้กับฝ่ายผู้ซื้อในการหาทรัพย์สินดีๆ มาให้อีกจำนวน 3% การตกลงในรูปแบบนี้ทำให้ผู้ลงทุนที่เป็นคนกลางในการลงทุนกับอสังได้เงินกำไรคนเดียวรวมแล้วมากถึง 6% ของราคาขายทรัพย์สินเลยทีเดียว

การลงทุนกับอสังหาโดยเริ่มต้นเงินลงทุนที่ 0 บาท

ยังไม่หมดแค่นี้ ด้วยสติปัญญาของผู้ลงทุนทำหน้าที่เป็นคนกลางนอกจากจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนทั้งสองฝ่ายแล้ว ผู้ลงทุนยังสามารถเจราจากับทางฝ่ายผู้ขายว่าให้ผู้ขายกำหนดราคาขายอสังหามาว่าต้องการจำนวนเท่าไหร่ ถ้าผู้ดำเนินการขายได้ในราคาที่สูงกว่านี้ เงินส่วนต่างจะเป็นของผู้ดำเนินการ เช่น ต้องการขายเพียง 10 ล้านบาทแต่ผู้ดำเนินการขายได้ 15 ล้านบาท ส่วนต่าง 5 ล้านตกเป็นของผู้ลงทุนคนกลาง หรือในทางตรงกันข้ามผู้ลงทุนคนกลางเจรจากับฝ่ายผู้ซื้อว่าผู้ซื้อต้องการซื้ออสังหาในราคาเท่าไหร่ ถ้าซื้อได้ถูกกว่านี้ส่วนต่างเป็นของผู้ลงทุนคนกลาง เช่น ผู้ซื้อตกลงยอมรับและซื้อได้ในราคา 10 ล้านบาท แต่ผู้ลงทุนคนกลางไปเจรจาและตกลงขายได้    8 ล้านบาทเมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินค่าซื้ออสังหา 10 ล้าน 2 ล้านจะตกเป็นของผู้ลงทุนคนกลางนั่นเอง

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นการลงทุนกับอสังหาโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทแต่เสียน้ำลายเป็นถังๆ กว่าจะสำเร็จลงล่วงไปได้

 

# ข้อแนะนำสำหรับการคุ้มครองผู้ลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

การลงทุนกับตั๋วเงินคลัง

การลงทุนกับตั๋วเงินคลัง

         การลงทุนอีกอย่างที่ความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนแน่นอน และยังมีรูปแบบคล้ายกับ พันธบัตรรัฐบาล นั่นก็คือ การลงทุนกับตั๋วเงินคลัง ที่ การลงทุนอีกอย่างที่ความเสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนแน่นอน และยังมีรูปแบบคล้ายกับ พันธบัตรรัฐบาลอย่างหนึ่งที่มีอายุของตั๋วเงินแบบไม่เกิน 1 ปี ซึ่งจะมีวิธีในการออกจำหน่ายสู่ตลาดให้แก่ผู้ที่สนใจ โดยผ่านองค์กร หรือหน่วยงานของภาครัฐ สถาบันทางการเงิน กองทุนต่าง ๆ แต่จะมีความแตกต่างกับการลงทุนในตราสารประเภทอื่น ๆ ก็คือ จะไม่ได้ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย แต่จะให้ผลตอบที่มีลักษณะเป็นส่วนต่างที่มาจากการซื้อตั๋วเงินคลัง ที่ในวันที่ซื้อจะซื้อในอัตราที่น้อยกว่ามูลค่าที่ระบุไว้หน้าตั๋วนั้น และหากเมื่อครบกำหนดไถ่ถอนคืนเมื่อไร ผู้ลงทุนก็สามารถจะได้รับเงินเต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในหน้าตั๋วเงินคลัง จึงทำให้ผลตอบแทนของผู้ลงทุน ก็คือส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

การลงทุนกับตั๋วเงินคลัง

ดังนั้น เมื่อการลงทุนกับตั๋วเงินคลัง เป็นสิ่งที่ภาครัฐออกมาเพื่อมีเจตนาเป็นการระดมทุน สำหรับการรวบรวมเงินมาสำหรับการบริหารประเทศ จึงเป็นลักษณะเหมือนเป็นการกู้เงินจากประชาชน จึงทำให้การลงทุน จัดว่าเป็นการลงทุนที่มีความน่าเชื่อถือสูงและความเสี่ยงแทบจะไม่มี จึงมีความมั่นคงสูงมาก เพราะกระทรวงการคลัง หรือก็คือภาครัฐเป็นผู้ออกตั๋วให้เอง อีกทั้งเป็นการลงทุนที่ไม่นานมาก ก็ได้ผลตอบแทน และตันเงินที่ลงทุนกลับคืน ทำให้เงินไม่ไปจมอยู่นานสามารถนำไปใช้ลงทุนอย่างอื่นได้ เหมาะสำหรับการวางแผนทางการเงินต่อไปได้ดี อีกทั้งตัวเงินที่ได้กลับคืน ก็มีการจ่ายคืนโดยการโอนเข้าบัญชีแบบอัตโนมัติ เมื่อครบกำหนดวันที่ต้องไถ่ถอน และมีผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยธนาคารแน่นอน

# กองทุนรวม มีแบบใดบ้างที่เหมาะกับวัยเกษียณ

กองทุนรวม มีแบบใดบ้างที่เหมาะกับวัยเกษียณ

กองทุนรวม มีแบบใดบ้างที่เหมาะกับวัยเกษียณ

การเลือกกองทุนรวมที่ดีให้พิจารณาจากความหน้าเชื่อถือได้ของเจ้าของกองทุน ซึ่งถ้าเป้นสมัยก่อนเมื่อนานมาแล้วการซื้อทรัพย์สินจากธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงิน หรือได้ทำงานในธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงินถือว่ามั่นคงมากพอๆ กับข้าราชการ หรือบางครั้งดีกว่าข้าราชการด้วยซ้ำไปเพราะมีโบนัส แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงิน ลูกค้าที่จะซื้อกองทุนต้องหาข้อมูลหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของกองทุนดีๆ ธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงินก็อาจจะล้มละลาย หรือถูกควบรวม หรือถูกซื้อด้วยธุรกิจอื่นได้เสมอ

กองทุนรวม มีแบบใดบ้างที่เหมาะกับวัยเกษียณ

นอกจากดูเจ้าของกองทุนแล้วให้ดูที่การประกันเงินต้นว่าต้องได้คืนครบเมื่อหมดระยะเวลาตามที่กองทันกำหนด พยายามหากองทุนที่ไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงน้อยที่สุดสำหรับการคืนเงินต้นที่ลูกค้าลงทุนไปในระยะเวลาที่กองทุนกำหนด อย่างที่สามที่ต้องพิจารณาคือระยะเวลาของกองทุน อันนี้แล้วแต่ความนิยมของผู้ซื้อว่าใจร้อนหรือแค่ต้องการสะสมเงินออมไปเรื่อยๆ ได้ผลประโยชน์เป็นรายปีกลับมาก็พอ สุดท้ายอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่ได้รับจากกองทุนพิจารณาแล้วสมน้ำสมเนื้อกับเงินที่ลงไปหรือไม่ นอกจากดอกเบี้ยแล้วถ้าเจ้าของกองทุนเป็นธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงินชั้นเยี่ยม ผู้ซื้อก็มักจะได้สิทธิพิเศษในการทำบัตรเครดิตต่างๆ พ่วงไปด้วยอีกมากมาย ธนาคารพาณิชหรือสถานบันการเงินนอกจากอยากให้เป็นลูกค้าซื้อกองทุนออมเงินแล้วก็ยังอยากให้เป็นลูกค้าบัตรเครดิตให้เสียดอกเบี้ยกลับคืนแก่ธนาคารอีกด้วย รายกาจนักนะ!!

กองทุนรวมที่เหมาะกับวัยเกษียณยังคงเป็นกองทุนแบบ LTF หรือ RMF เพราะสามารถช่วยในด้านภาษีได้ในส่วนของ RMF แต่ LTF ใช้เป็นส่วนลดหย่อนภาษีได้ถึงแค่ปีภาษี พ.ศ.2562 เท่านั้น อย่างไรก็ตามหากในวัยเกษียณมีกำลังพอและไม่ได้ใช้จ่ายอะไรมาก นอกเหนือจากการกันเงินไว้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพื่อการออมในระยะกลางไม่เกิน 3 ถึง 5 ปีก็น่าสนใจเพราะสามารถนำเอาเงินกำไรมาใช้จ่ายต่อยอดหรือแสวงหาความสุขส่วนตัวได้เรื่อย อีกส่วนหนึ่งให้แบ่งไปลงทุนระยะยาวแบบ 10 ปีขึ้นไปโดยเน้นลงทุนในกองทุนตราทุนต่างๆ กระจายออกหลายๆ กองทุนเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในตัวด้วย

การออมอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับวัยเกษียณคือการทำประกันแบบตลอดชีพ การออมแบบนี้เพื่อป้องกันและเป็นหลักประกันให้กับลูกหลานหากเกิดกรณีเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต จะได้ไม่เป็นภาระสร้างความลำบากให้กับลูกหลานมากเกินไป ยังมีเงินจากการประกันชีวิตเช่นว่านี้ช่วยดำเนินการในการรักษาพยาบาลหรือในงานพิธีช่วงสุดท้ายของชีวิตตามสมควรด้วย

 

# ข้อแนะนำสำหรับการคุ้มครองผู้ลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง

การลงทุนกับเงินฝาก

การลงทุนกับเงินฝาก

เมื่อยุคสมัยที่ทิศทางเศรษฐกิจเปลี่ยนไป จากที่เคยฝากเงินกับธนาคารเพื่อรอรับดอกเบี้ยที่ให้ในอัตราที่สูง ก็สามารถอยู่ได้อย่างสบาย แต่ในปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ตอบแทนนั้นให้ในอัตราที่ไม่ฝากเก็บไวเฉย ๆ กับธนาคารแล้ว แต่ก็ยังกังวลกับกระแสเศรษฐกิจว่า ชั่งผันผวนเหลือเกิน จะหันไปซื้อขายหุ้น ก็กลัวจะขาดทุน แต่ก็ยังเชื่อใจกับการฝากเงินกับธนาคารอยู่ จึงมีทางเลือกสำหรับผู้ต้องการจะฝากเงินไว้กับธนาคารแต่ยังคงมีดอกเบี้ยให้ และยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยแบบออมทรัพย์ นั่นก็คือ การฝากในรูปแบบของการฝากประจำในแบบต่าง ๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน หรือจะเป็นการฝากแบบรายเดือนก็ได้ ซึ่งการให้ดอกเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขแต่ละประเภท และมากกว่าออมทรัพย์ทั่วไปหลายเท่าแน่นอน

การลงทุนกับเงินฝาก

และที่สำคัญการฝากรายเดือนนั้นอัตราดอกเบี้ยที่ได้จะไม่ถูกหักภาษีอีกด้วย จึงทำให้มีการเรียกการฝากเงินแบบนี้ว่า การฝากแบบปลอดภาษี ส่วนการฝากอีกแบบหนึ่ง แต่มีความสนุกเพิ่มเติมตรงที่ได้มีการลุ้นรางวัล ก็คือ การฝากแบบซื้อสลาก ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มี อยู่ 2 สถาบันการเงินที่เปิดให้ซื้อสลากเพื่อเป็นการออมเงิน ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารธกส.ซึ่งนอกจากจะยังได้รับอัตราดอกเบี้ยเมื่อครบในแต่ละปีแล้ว จะมีการออกรางวัลเลขสลาก ที่มีลักษณะการเสี่ยงโชคแบบ สลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ต่างกันตรงที่ หากไม่ตรงตามเลขสลากที่ซื้อเงินก็ไม่หายไปไหนยังคงอยู่รอวันครบกำหนดของสลากนั้น ซึ่งหากไปพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่ารางวัลสลากจาก 2 สถาบันการเงินนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

 

การลงทุนกับหุ้นกู้

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ

การลงทุนที่นักลงทุนทุกคนมองว่า การลงทุนกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ นั้นถึงจะไม่ใช่พันธบัตรที่มาจากรัฐบาลก็ตาม แต่ก็แถบจะไม่มีความแตกต่างกันในด้านความน่าเชื่อถือ เพราะด้วยความที่เป็นรัฐวิสาหกิจของภาครัฐ มีกฎหมายกำกับชัดเจน จึงเหมือนกับเป็นองค์กรของรัฐก็ว่าได้ และมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันอีกต่างหาก ดังนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางสำหรับผู้ที่สนใจในการลงทุนกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ ที่จะให้ดอกเบี้ยที่มีอัตราดีกว่าออมทรัพย์ทั่วไปแน่นอน เมื่อเป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือ และความเสี่ยงไม่มาก และหลายครั้งออกมาเพื่อให้ผู้ประกอบการหลายใหญ่ได้สามารถเข้าซื้อได้ จึงทำให้การลงทุนแบบนี้เป็นแหล่งระดมทุนชั้นเยี่ยมให้แก่องค์กรรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ เพื่อนำไปขยายกิจการตามนโยบายต่าง ๆ ขององค์กร ซึ่งปกติแล้วตราสารหนี้ประเภทนี้จะมีการเปิดขายโดยมีกำหนดอายุพันธบัตรตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป มีทั้งที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันทั้งต้นเงินรวมถึงดอกเบี้ย

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐวิสาหกิจ

หรือแบบที่กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกันทั้งเงินต้นรวมถึงดอกเบี้ย และทางกระทรวงการคลังก็จะช่วยในเรื่องของการจัดหาสถาบันเพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายให้ รวมทั้งการประกันการจำหน่ายด้วย วิธีที่ใช้ก็คือการประมูล เพื่อให้หน่วยงาน สถาบันที่สนใจได้เข้าร่วมในการประมูล สำหรับการเป็นผู้จัดจำหน่ายพันธบัตรแก่ผู้ที่สนใจมาลงทุน และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจจะมีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นแบบรายงวด ซึ่งปกติจะมีการจ่ายประมาณปีละ 2 งวด ซึ่งหากครบกำหนดของพันธบัตรเมื่อใดผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ที่ซื้อไว้ ก็จะได้รับต้นเงินที่ซื้อเท่ากับราคาในวันที่ซื้อมาพร้อมกับดอกเบี้ยของงวดสุดท้ายนั้น และผู้ที่สนใจก็ควรศึกษาถึงหลักเกณฑ์การออกพันธบัตรที่ตนสนใจให้ดี เพื่อมีความเข้าใจในการออกขายพันธบัตรของแต่ละองค์กร ซึ่งรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่งจะมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

 

# 5 หัวข้อการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์

การลงทุนแบบDW มีข้อดีอย่างไร

การลงทุนแบบDW มีข้อดีอย่างไร

1.ใช้เงินต้นทุนน้อยกว่า

ถ้าหากอยากจะลงทุนในตลาดหุ้นอย่าง SCC การที่เราซื้อหุ้นให้ครบ 100 หุ้น เราอาจจะต้องเสียเงินในกระเป๋าเยอะถึงหลักหลายหมื่นกันเลยทีเดียว แต่หากเราใช้การลงทุนแบบ DW ซึ่งเป็นเพียงการทำสัญญาซื้อ-ขายเฉพาะส่วนต่างในราคาช่วงแคบเท่านั้น ดังนั้น ถ้าหุ้นตัวหนึ่งมีDW 15 บาทต่อ 100หน่วย การซื้อให้เทียบเท่ากับSCC 100หุ้น ก็ต้องซื้อให้ครบ 8,300 หน่วย ซึ่งจะใช้เงินเพียง 1,245 บาทเท่านั้น เป็นการประหยัดเงินในการลงทุนได้เยอะมากเลยทีเดียว

การลงทุนแบบDW มีข้อดีอย่างไร

2.จำกัดจำนวนเม็ดเงินที่จะขาดทุน

เนื่องจาก DW เป็นการลงทุนในการทำสัญญาซื้อขายเฉพาะส่วนต่างในราคาช่วงแคบ ดังนั้น เมื่อเราไม่ได้ทำการซื้อขายโดยตรงจากตัวหุ้นนั่นๆ ความเสี่ยงของการเสียเงินลงทุนก้อนใหญ่จึงเหลือเพียงแค่การเสียเงินในการลงทุนกับDWที่เราซื้อขายเพียงเท่านั้น แต่นั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงใดๆเลย เพียงแค่โอกาสที่เราจะเสียเม็ดเงินมหาศาลถูกจำกัดความไว้แค่จำนวนเงินหลักน้อยๆที่ลงทุนไปเท่านั้น

3.สามารถลงเล่นได้ทุกสถานการณ์

ในกรณีที่เราคาดว่าหุ้นอ้างอิงมีแนวโน้มที่จะได้กำไร เราก็สามารถทำสัญญาซื้อ (Call Warrant) เราก็สามารถได้กำไรจากส่วนนี้ แต่ถ้าหากเราถือครองDWแล้วมีแนวโน้มว่าราคาหุ้นจะต่ำกว่าการอ้างอิงเอาไว้เราก็สามารถทำสัญญาขาย (Put Warrant)เพื่อจะดึงกำไรในส่วนนี้คืนมาได้

 

# 5 หัวข้อการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล

เมื่อมีการมองหาการลงทุนในรูปแบบที่คาดว่าจะให้ความปลอดภัยสูง และมีค่าตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยธนาคารทั่วไป แน่นอนว่าทางเลือกนั้นมีไม่กี่ทาง นั่นก็คือ การลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งผู้ลงทุนจะได้รับความอุ่นใจในระดับที่สูง อีกทั้งหากเป็นนักลงทุนมือใหม่ที่คิดอยากลงทุนแต่ไม่รู้จะไปซื้อหุ้น หรือกองทุนดี และต้องการความปลอดภัย เพื่อหลีกหนีความเสี่ยงที่สูงเกินไป ก็ถือว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับการลงทุนครั้งแรก ๆ เพราะว่าหากเลือกการลงทุนแบบนี้จะทำให้นักลงทุนที่มีความพร้อม จะไม่ต้องแบกรับกับความเสี่ยงของการลงทุน เมื่อเทียบกับการไปซื้อกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนรวมหุ้น ที่มีการได้ผลตอบแทนที่สูงก็จริง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงมากช่นกัน ดังนั้น การลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล จึงถือเป็นการลงทุนชนิดออมเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งตัวพันธบัตรรัฐบาลเองนั้น

 การลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล

จัดเป็นการลงทุนประเภทหนึ่งที่น่าชวนเชื่ออย่างดี เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูง ที่เป็นจุดเด่นทำให้นักลงทุนมากมายให้ความสนใจอย่างมาก  แต่ถึงแม้จะเป็นลักษณะการออมเงินแบบธรรมดาอย่าหนึ่งก็จริง แต่ก็สามารถให้ผลตอบแทนในสัดส่วนที่ดีกว่าการออมเงินในรูปแบบของการฝากเงินกับธนาคาร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำ หรือฝากออมทรัพย์ก็ตาม เพราะว่าการลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาลนั่น ให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบข้อดีในทุก ๆ ด้านกับการลงทุนแบบอื่น ๆ จึงจัดว่าเป็นการลงทุนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากสำหรับนักทุนทุกระดับ และไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนเก่าที่มากด้วยประสบการณ์ หรือนักลงทุนรายใหม่ก็ตาม

 

# การลงทุนกับหุ้นกู้