ภาคต่อดราม่า หลัง ฌอน บูรณะหิรัญ อัดคลิปแจงยอดเงินบริจาค

ภาคต่อดราม่า หลัง ฌอน บูรณะหิรัญ อัดคลิปแจงยอดเงินบริจาค

เป็นดราม่าข้ามสัปดาห์ ที่ร้อนแรงทั้งบนโลกออนไลน์และบนหน้าจอโทรทัศน์มานานหลายวันเลยทีเดียว หลังจากที่มีคนตั้งข้อสงสัยเรื่องเงินรับบริจาคช่วยอาสาสมัครดับไฟป่าดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ไลฟ์โค้ชคนดังอย่างฌอน บูรณะหิรัญ ว่านำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จ่าย 2 แสนบาทให้ตัวเองเพื่อทำคลิป แทนที่จะมอบให้กับนักดับเพลิงทั้งหมด

โดยในขณะนี้ ฌอน บูรณะหิรัญ ได้ออกมายอมรับแล้วว่า

“จริงๆ ยอดบริจาคไม่ได้มีแค่ 875,741.53 บาท แต่มี 1,338,644.01 บาท เพราะไม่รอบคอบในการจัดการการบริจาคทั้งหมด ความหละหลวมในการนำเสนอข้อมูลในชุดแรก จึงสื่อสารไปตั้งแต่ยังรวบรวมข้อมูลไม่ครบถ้วนดี และเมื่อมีข้อมูลตกหล่นจึงคิดว่าควรมีหน่วยงานกลาง ที่เชื่อถือได้มาตรวจสอบในวันที่ 29 มิ.ย. ผมรีบยื่นจดหมายถึงหน่วยงานในจังหวัดเชียงใหม่ ขอความอนุเคราะห์ให้จัดทีมเข้ามาตรวจสอบ Statement บัญชีที่รับบริจาคและบัญชีอื่น ๆ รวมทั้งใบเสร็จ

ซึ่งในตอนนี้ได้แสดงหลักฐานทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และไม่ได้นำเงินไปใช้เรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตาม มีผู้บริจาคสามารถที่ขอเงินคืน 2 ราย ได้ดำเนินการคืนเงินแล้ว รายละ 100 และ 200 บาท จำนวนรวม 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม – 30 เมษายน มีการโอนเข้าจำนวน 5,974 ครั้ง เป็นเงิน 1,338,644.01 บาท รวมกับยอดในบัญชีบริษัทและบัญชีส่วนตัวอีก 3,501.95 บาท นอกจากนี้หลังจากวันที่ 1 พ.ค.ถึง 28 มิถุนายน มีผู้โอนเข้ามาอีก 50 ครั้ง เป็นยอดรวม 4,189.92 บาท และวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม มีผู้โอนเข้ามาอีก 49 ครั้ง เป็นยอดรวม 551.85 บาท เพิ่มขึ้นอีก 4,741.77 บาท รวมจำนวนเงินทั้งหมดที่จะส่งมอบ 1,346,887.73 บาท หากส่งมอบเงินแล้ว จะออกมาแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกที”

แต่ชาวเน็ตส่วนใหญ่มีกระแสออกมาในด้านลบ บ้างว่าฌอนพูดไม่จริง บ้างก็พูดประเด็นเครื่องคลิป 10 นาทีแต่ตัดคลิปเกือบ 200 เฟรม ว่าแบบนี้ดูไม่จริงใจ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ฌอนในวงกว้าง และมีคนขุดคุ้ยประวัติของเขาออกมาพูดถึงในวงกว้าง

 

# SME คืออะไร

10 ธุรกิจขายตรงในไทย

10 ธุรกิจขายตรงในไทย

มาต่อกันเลยนะคะในซีรี่ย์ 10 ธุรกิจขายตรงในไทย แต่ก่อนจะเข้าสู่บริษัทที่ 2 นั้น เรามาดูกันก่อนว่า การจะเป็นบริษัทขายตรงที่ดีและประสบความสำเร็จนั้นต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง

1 .ต้องมีความมั่นคง

ความมั่นคงเป็นรากฐานที่ดีในการงานทุกอย่าง แน่นอนว่าถ้าหากองค์ประกอบต่างๆในบริษัทมีความมั่นคงและแข็งแรงก็จะส่งผลให้บริษัทนั้นก้าวไปได้อย่างสวยงาม

2 .สินค้ามีคุณภาพ

และนี้ก็คือสาเหตุหลักๆที่จะทำให้บริษัทสามารถไปได้ไกล จากที่เห็นบ่อยๆว่าสินค้าแบรนด์นั้นแบรนด์นี้โดนฟ้องร้องจากลูกค้า อันนี้ก็เนื่องมาจากการผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้านั้นเอง การผลิตสินค้ามาให้มีคุณภาพจึงเป็นอันดับแรกๆที่บริษัทควรคำนึงเห็น

3 .ความเป็นจริงในการจ่าย

การที่บริษัทจ้างผนักงายบัญชีก็เป็นเรื่องที่ตำเป็นแต่แน่นอนคุณต้องตรวจสอบบัญชีอย่างสม่ำเสมออยู่ตลอดด้วยเช่นกันเพื่อเช็คดูยอดและความถูกต้องในการดำเนินงานของพนักงานนั้นเอง

4 .ทีมงานคุณภาพ

การเพิ่มยอดขายให้บริษัทก็เป็นเรื่องที่ดีและเริ่มต้นมาจากแนวคิดดีๆของทีมงานที่ต้องคิดงานมานำเสรอผู้บริหาร และผู้บริหารที่ต้องตัดเลือกการนำเสนองานของทีมงานอย่างถี่ถ้วน ถ้าหากงานที่เสนอและถูกคัดเลือกมานั้นถูกจริตคนไทย แน่นอนว่านั้นคือนาทีทองของท่านอย่างแน่นอน

10 ธุรกิจขายตรงในไทย

และข้างต้นนี้ก็คือ 4 วิธีประสบความสำเร็จของบริษัทขายตรง เรามาดูบริษัทขายตรงในไทยบริษัทที่ 2กัน นั่นก็คือ

 

2 .Aimstar Network (บริษัท เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค)

อีกบริษัทขายตรงขนาดใหญ่ในไทยก็คงหนีไม่พ้น เอม สตาร์ เน็ทเวิร์ค ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องเด่นหลักๆดังนี้

1 .ธุรกิจมีความสุจริต ยุติธรรม และมีจริยธรรมอย่างสูงสุด

2 .ผลิตภัณฑ์มีการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่สูงสุดในขณะนั้น

3 .บริษัทจะมุ่งพัฒนาการประสบความสำเร็จให้แก่นักธุรกิจ เอ็ม สตาร์ ทุกคน

4 .บริษัทขับเคลื่อนโดยใช้ความใฝ่ฝันของนักธุรกิจ เอ็ม สตาร์ เป็นแรงขับเคลื่อนให้เหล่าสมาชิกได้ประสบความสำเร็จตามเป้าที่คาดไว้

ซึ่งสำนักงานใหญ่ในไทยของเอ็ม สตาร์ เน็ทเวิร์ค ก็ตั้งอยู่เลขที่ 390 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

ซึ่งในบทก่อนหน้าเราดูสวัสดิการของพนักงานในแอมเวย์กันแล้ว เรามาดูสวัสดิการของนักธุรกิจ เอ็ม สตาร์กัน ว่านักธุรกิจเอ็ม สตาร์จะได้รับอะไรบ้างหากเข้าร่วมกันเป็นสตาร์แมชชิ่ง

1) กำไรจากการขายปลีก 20-30%

2) โบนัสสาขา 20%

3) โบนัสส่วนบุคคล 20%

4) โบนัสทีมอ่อน 20%

5) โบนัสทีมแข็ง 10-13%

6) โบนัสสตาร์แมทชิ่ง ทีมลูก 100%

7) โบนัสสตาร์แมทชิ่ง ทีมหลาน 50%

และนี้คือสวัสดิการทั้งหมดที่คุณจะได้รับในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเอ็ม สตาร์ ถ้าหากคุณอยากประสบความสำเร็จได้ทำตามที่ใฝฝัน อย่าลืมให้เอ็ม สตาร์ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณล่ะ

และถ้าคุณอยากรู้ว่าบริษัทขายตรงชื่อดังในไทยที่เหลือนั้นเป็นบริษัทใดอีก อย่าลืมติดตามในบทความต่อไป

 

หุ้น TPS บวกเพิ่มขึ้นถึง 7% ควรช้อนซื้อไว้หรือไม่

ภาษีของนักลงทุนมือใหม่ความรู้และเป็นอย่างไรบ้าง

ภาษีของนักลงทุนมือใหม่ความรู้และเป็นอย่างไรบ้าง

           ภาษีที่นักลงทุนทุกท่านควรรู้และศึกษาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินเย็นทีเก็บออมไว้ไปต่อยอดให้สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำ แน่นอนว่าใครก็สามารถทำได้และใช้เวลาไม่นานนักก็รู้ผลกำไรที่จะได้แล้ว แต่ว่าภาษีที่ตามมานั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและจำเป็นต้องจ่ายอีกด้วย โดยเมื่อหลังจากที่ได้เงินปันผลมาเรียบร้อยแล้วก็จะมีใบเอกสารภาษีเข้ามายื่นให้ทันทีอย่างแรกที่ควรจะทำคือมีสติค่อยๆ อ่านลงไปให้เข้าใจก่อนว่าจะเลือกจ่ายภาษีนะที่ตรงนั้น 10% เลย หรือว่าจะใช้อีกวิธีหนึ่งก็คือ การใช้เครดิตเงินปันผล ด้วยการนำเงินปันผลที่ได้มาบวกลบกับภาษี ก็จะได้ใช้สิทธิ์ไป ต่อมาก็คือ “รายจ่ายที่ลงทุนไปแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบใดทั้งนั้น”

ภาษีของนักลงทุนมือใหม่ความรู้และเป็นอย่างไรบ้าง

ซึ่งกำไรจากการที่ได้ขายหุ้นที่ผู้ลงทุนเป็นเจ้าของจะยังได้รับสิทธิ์ยกเว้นให้อยู่ในกองทุนรวม แต่ไม่สามารถนำเงินในการลงทุนที่ขาดทุนไปแล้วไปยื่นคำร้องได้ ถ้าหากว่าผู้ลงทุนกำลังอยู่ในช่วงขาลงก็สามารถที่จะทำเรื่องของเงินภาษีคืนได้ แต่จำเป็นต้องเก็บเอกสารที่ได้จ่ายภาษีไปแล้วทั้งหมดมายื่นนำเงินภาษีที่เสียไปกลับมาใช้ได้ และสุดท้าย การใช้สื่อออนไลน์ให้เป้นประโยนช์ในเรื่องของเงินภาษีที่ยุคสมัยนี้ที่ไม่มีความแน่นอนให้รับรู้อยู่เสมอ ดังนั้น ผู้ลงทุนที่กำลังคิดจะเริ่มต้นควรที่จะหาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะว่าทั้งเรื่องภาษีที่มองข้ามไปอาจจะกลับมาเป็นหนี้ก้อนโตที่รับไม่ไหวเลยก็ได้

 

IAA วิเคราะห์เศรษฐกิจไตรมาส 3 รับมือกรณี COVID-19

ร้านอาหารไทยบุกเวียดนาม สร้างความสำเร็จให้กับคนรุ่นใหม่

ร้านอาหารไทยบุกเวียดนาม สร้างความสำเร็จให้กับคนรุ่นใหม่

เรื่องอาหารไว้ใจคนไทยได้ เพราะประเทศเราขึ้นชื่อเรื่องของกิน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่มีอด เพราะมีอาหารนานาชนิดมาเรียงรายรอขายข้างทาง ที่สำคัญคือ เปิดขายตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมชาวต่างชาติถึงเรียกประเทศไทยว่าเป็นสวรรค์ของนักกิน ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ฝรั่งเท่านั้นที่ชอบอาหารไทย แต่คนเวียดนามเองก็ชอบอาหารไทยเช่นกัน

อย่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโฮจิมินห์ เพิ่งจะประสบความสำเร็จจากการจัดงาน Mini Thailand Week 2020 ที่นครเกิ่นเทอ เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการไทยให้พบปะกับคู่ค้าในเวียดนาม ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานสินค้าและอาหารไทยให้ผู้บริโภคชาวเวียดนามผ่านตราสัญลักษณ์ Thai Select และ Thailand Trust Mask

ร้านอาหารไทยบุกเวียดนาม สร้างความสำเร็จให้กับคนรุ่นใหม่

ภายในงานไม่ได้มีแค่อาหารไทยเทานั้นที่ไปสร้างชื่อเสียงดีๆ ที่ต่างบ้านต่างเมือง แต่ยังมีสินค้าแฟชั่นความงาน และสุขภาพอีกด้วย โดยอาหารไทยได้กลายเป็นไฮไลท์ของงานนี้ไปโดยปริยาย เพราะเวียดนามมีประชากรมากถึง 95 ล้านคน และจะมีประชากรสูงถึง 120 ล้านคน ในปี 2593 กว่า 50% มีรายได้เฉลี่ย 2,715.3 ดอลลาร์ ต่อปี หรือ 84,373.87 บาทต่อปี พวกเขามีกำลังซื้อสูง การส่งอาหารไทยไปขายให้ชาวเวียดนาม จึงน่าจะเป็นการเปิดช่องทางทางการค้าใหม่ๆ ที่ดี

โดยคนเวียดนามมั่นในใจคุณภาพสินค้าที่มาตรฐานระดับสากลของแบรนด์ไทย เพราะขนมครกวีแกนท่าช้างที่ประสบความสำเร็จในประเทศเวียดนาม ก็ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมงาน Mini Thailand Week 2020 ในครั้งนี้ด้วย

 

ธุรกิจออนไลน์น่าสนใจ

ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน ได้ส่วนลดที่พัก

ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน ได้ส่วนลดที่พัก

งานนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบอกว่าดีใจหรือเสียใจดี ที่รัฐบาลได้จัดโครงการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้ เพราะสถาการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างโคโรน่าไวรัส 2019 ยังระบาดหนักทั่วโลก โดยในประเทศจีนพบผู้ติดเชื้อในประเทศ จนต้องปิดโรงเรียนกันใหม่อีกรอบ รวมไปถึงประเทศออสเตรเลีย ที่ทำการล็อคดาว์นรอบ 2 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสระลอก 2 ซึ่งในรอบนี้เชื้อมีความรุนแรงมากกว่าเดิม เนื่องจากเชื้อไวรัสได้มีการกลายพันธุ์ และทำให้มีคนติดเชื้อดังกล่าวเป็นกลุ่มใหญ่ สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก เพราะจากที่เคยคิดว่าสามารถควบคุมโรคได้ กลับกลายเป็นต้องกลับมาสแกนตรวจกันใหม่อีกรอบ หากประเทศไทยเปิดประเทศให้ท่องเที่ยวอย่างเสรีอีกครั้ง อาจจะกลายเป็นการทำให้เชื้อโรคร้ายกลับมาแพร่พันธุ์ในประเทศอีกครั้งก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลัง อย่าง นายลวรณ แสงสนิท ก็ได้ออกมาแถลงโครงการเราเที่ยวด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีใจความดังต่อไปนี้

ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน ได้ส่วนลดที่พัก

“วิธีลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศว่า ประชาชนสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com โดยจะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 15 ก.ค. 63 นี้ เวลา 06.00-21.00 น. โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องดำเนินการดังนี้

  1. ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ผ่านเว็บไซต์ เราเที่ยวด้วยกัน.com เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วจะได้รับ SMS ยืนยันตอบกลับภายใน 3 วัน
  2. ติดตั้งแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง

– หากมีอยู่แล้วให้ใช้ต่อได้เลย

– หากยังไม่มี สามารถโหลดแอปฯ โดยมีขั้นตอนโหลดดังนี้ (คลิก) ขั้นตอนโหลดแอปฯ เป๋าตัง “เที่ยวปันสุข-เราไปเที่ยวกัน”

  1. จองโรงแรมไม่เกิน 5 ห้องต่อคืนต่อคน
  2. วางแผนเที่ยวให้เรียบร้อย โดยสามารถจองโรงแรมได้หลายช่องทาง เช่น จองโดยตรงกับโรงแรม, Agoda, Traveloka หรือ Online Travel Agency (OTA)
  3. จ่ายเงินผ่าน เป๋าตัง 60% ของค่าห้อง ผ่านการโอนเงิน หรือ เครดิตการ์ด
  4. ไม่สามารถยกเลิกได้
  5. Check Inจะได้รับ E-Voucher 600 บาทต่อคืน เวลา 17.00 น. ของทุกวัน สูงสุด 5 คืน
  6. Check Out E-Voucher จะหมดอายุเวลา 24.00 น. ของวันที่ Check Out ได้รับเงินคืนค่าเครื่องบิน 40%

– ไม่เกิน 1,000 บาท ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

– กรอก Booking No. ใน “เราเที่ยวด้วยกัน.com”

– ได้รับสิทธิ์ 2 คนต่อห้อง

– กำหนดโอนเงินทุกวันที่ 15 และวันที่ 30 ของเดือนนั้นๆ

โดยผู้ที่ลงทะเบียนเราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับสิทธิ์แล้วจะสามารถใช้เดินทางได้จริงตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. – 31 ต.ค. 63”

ใครไม่กลัวเสี่ยงจะไปเที่ยวแอดไม่ว่า แต่สิทธิ์พิเศษรายงานนี้ แอดขอบายล่ะ

 

นักวาดรูปออนไลน์ เปลี่ยนคำว่านักเขียนใส้แห้งอีกต่อไป

ประกันสังคมประกาศจะจ่ายเงินชดเชยให้ห้าพันบาท

ประกันสังคมประกาศจะจ่ายเงินชดเชยให้ห้าพันบาท

งานนี้มีเฮอย่างแน่นอน เมื่อความหวังของหนุ่มสาวของออฟฟิศ ที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดงาน เพราะเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ระบาดหนักจนต้องปิดเมือง ทำให้เสียงาน เสียรายได้ แต่กลับไม่ได้รับเงินเยียวยา เนื่องจากไม่เข้าเกณฑ์การให้เงินอุดหนุนของโครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่รัฐบาลได้แจกเงิน5,000 บาท ให้กับผู้มีอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย วินมอเตอร์ไซค์ และอาชีพรับจ้างต่างๆ

งานนี้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานอย่าง ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ประเด็นเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกันตนดังต่อไปนี้

“ทางสำนักงานประกันสังคมได้จ่ายไปแล้ว 8.6 แสนราย รวมวงเงิน 1.32 หมื่นล้านบาท แต่ยังมีปัญหา เพราะมีผู้ประกันตนบางส่วนได้รับเงินเยียวยาไม่ถึง 5,000 บาท ประมาณ 8.6 แสนคน เพราทำงานเต็มเวลาแค่บางวันเท่านั้น ไม่ได้ทำเต็มเวลาทุกวัน ซึ่งได้แก้ไข โดย นายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง เสนอเรื่องสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ขอใช้เงินกู้เพื่อเยียวผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด จ่ายให้ผู้ประกันกลุ่มนี้ได้เงินให้ถึง 5,000 บาท หากได้รับการอนุมัติจะจ่ายเงินได้ภายใน 10 วันจากนี้

ประกันสังคมประกาศจะจ่ายเงินชดเชยให้ห้าพันบาท

โดยขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เร่งจ่ายเงินช่วยเหลือที่อัตรา 62% ให้แรงงานไปแล้ว 13,371,478 ครั้ง คิดเป็น 863,323 ราย โดยคิดเป็นวงเงิน 13,297.246 ล้านบาท เป็นการสะท้อนว่าปัญหาของแรงงานส่วนหนึ่งได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

สำหรับกรณีที่นักวิชาการประเมินว่า จะมีแรงงานกว่า 7,000,000 คนเสี่ยงตกงานนั้น มองว่า ตัวเลขดังกล่าวน่าจะเป็นตัวเลขที่เป็นการคาดการณ์เท่านั้น ส่วนสิ้นปี 2563 ตัวเลขผู้ว่างานจะเป็นเท่าไหร่คงต้องมาดูกันต่อไป แต่ยืนยันว่าปีนี้เอาอยู่ โดยปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินอยู่ 160,000 ล้านบาท ซึ่งจะเพียงพอดูแลแรงงานที่ว่างงานจากนี้แน่นอน โดยเบื้องต้นประเมินว่าจะใช้เงินไม่ถึง 100,000 ล้านบาท

และในวันที่ 21 ก.ค.นี้ กระทรวงแรงงาน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณานำเงินดอกผลที่สำนักงานประกันสังคมมีอยู่ จากการนำไปลงทุน บริหารจัดการตามกฎกระทรวงอนุญาตไว้ ที่มีอยู่ ประมาณ 600,000 ล้านบาท และผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการไตรภาคีแล้ว ออกมาใช้เพื่อรองรับมาตรการการช่วยเหลือแรงงานต่อไป”

 

# สมุนไพรไทยน่าลงทุน สามารถสร้างรายได้กว่าแสนล้านบาทต่อปี

เกษตรกรมีเฮกันทั่วหน้า

เกษตรกรมีเฮกันทั่วหน้า

หลังจากที่ผ่านเรื่องราวอันแสนยากลำบากกันมาอย่างหนักหน่วงตั้งแต่ต้นปี และต้องช้ำใจ เพราะไม่ได้รับเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกันให้ต้องเครียดกันไปอีกหลายตลบแล้ว วันนี้คงถึงคราวที่เกษตรกรไทยจะได้มีรอยยิ้มเปื้อนหน้ากันสักที เพราะงานนี้ทางรัฐบาลได้จัดสรรเงินเยียวยาเกษตรกรมากถึง 5,000 บาท ผ่านธนาคารธ.ก.ส. ซึ่งในขณะนี้ ได้ทำการโอนเงินเข้าบัญชีต่างธนาคารแล้วกว่า 3.5 แสนบัญชี และยังฝากแจ้งเกษตรกรที่เหลืออีก 151,878 คน ให้เข้าไปแจ้งเลขบัญชีที่เว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com เพื่อที่ทางรัฐบาลจะได้ทำการโอนเงินเยียวยาให้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้อาจจะพอเยียวยาแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไปได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หากรัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างงานและรายได้ให้คนในประเทศอย่างยั่งยืน เพราะเงินนั้นให้มัน พอใช้ก็หมดไป แต่เรื่องของความรู้ และโอกาสให้การเข้าถึงช่องทางในการทำมาหากินต่างหาก ที่จะสามารถช่วยให้คนในชาติสามารถลืมตาอ้าปากได้อย่างแท้จริง

เกษตรกรมีเฮกันทั่วหน้า

โดยในขณะนี้ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อย่างนายกษาปณ์ เงินรวงระบุ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า

“ ทาง ธ.ก.ส. ได้โอนเงินเยียวยาเกษตรกรที่ใช้บัญชีธนาคารอื่น 2 ครั้ง รวม 353,593 คน และโอนผ่านพร้อมเพย์ 437 คน ส่วนที่เหลือกำลังตรวจสอบความถูกต้องของบัญชี 48,196 คน ในวันนี้ (8 ก.ค. 63) จะโอนเงินเข้าบัญชีต่างธนาคารเพิ่มอีกคาดว่าเกษตรกรจะนำเงินมาใช้ได้ในวันถัดไป

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เริ่มส่งรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาการอุทธรณ์มาแล้ว 609 คน โดยจะตรวจสอบสถานะทางทะเบียนราษฎร์ และความถูกต้องของบัญชีธนาคารเพื่อเร่งโอนเงิน ส่วนจำนวนเกษตรกรที่ ธ.ก.ส. ไม่สามารถโอนเงินให้ได้เพราะเลขบัญชีไม่ถูกต้อง บัญชีปิดไปแล้วถึง 151,878 คน ขอให้เกษตรกรที่มีสิทธิ์แจ้งเลขบัญชีใหม่ผ่านเว็บไซต์ www.เยียวยาเกษตรกร.com ส่วนเกษตรกรที่ขอสละสิทธิ์คืน กระทรวงเกษตรฯ ส่งรายชื่อให้ 259 คนนั้นอยู่ระหว่างการเรียกเงินคืนผ่านบัญชีธนาคาร”

 

หุ้น TPS บวกเพิ่มขึ้นถึง 7% ควรช้อนซื้อไว้หรือไม่

สมุนไพรไทยน่าลงทุน สามารถสร้างรายได้กว่าแสนล้านบาทต่อปี

สมุนไพรไทยน่าลงทุน สามารถสร้างรายได้กว่าแสนล้านบาทต่อปี

หลังจากไวรัสโควิด-19 ระบาดทั่วโลก เศรษฐกิจก็เริ่มดาวน์ลงอย่างเห็นได้ชัด ห้างร้านต่างๆ มากมายต้องปิดตัวลงไปตามๆ กัน บ้างก็ลดสาขา บ้างก็ล้มละลาย ซึ่งนี่เท่ากับการนับวันรอวันล่มสลายของเศรษฐกิจโลก เพราะเมื่อนายทุนยังไปไม่รอด อัตราการจ้างงานก็ตกต่ำลงตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกประสบปัญหาทางการเงินตามมา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ารายได้อาจจะน้อยลง แต่คนรุ่นใหม่นั้นสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมีการหาซื้อสมุนไพรไทยที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพิ่มมากขึ้น ทำให้สมุนไพรถูกแปรรูปกลายเป็นเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายในไทยสูงถึง 1.8 แสนล้านบาท และทะลุ 3 ล้านล้านบาทในตลาดโลก ซึ่งในปัจจุบัน ตลาดสมุนไพรไทยนั้นกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากเกษตรกรปรับการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างเป็นระบบแบบยั่งยืน ก็น่าจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นได้ไม่ยาก

สมุนไพรไทยน่าลงทุน สามารถสร้างรายได้กว่าแสนล้านบาทต่อปี

โดยในขณะนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า

“ทางกรมกำลังผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่พืชสมุนไพรตามโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมีการรวมกลุ่มสมุนไพรในรูปแบบแปลงใหญ่แล้วกว่า 16 แปลง ใน 15 จังหวัด จำนวนเกษตรกรกว่า 701 คน พื้นที่รวม 7,706.75 ไร่ เน้นปลูกพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง (Product Champions) 4 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ, ไพล, บัวบก และขมิ้นชัน อีกทั้งยังส่งเสริมเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น การผลิต, การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน GAP จนถึงการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์อย่าง www.ตลาดเกษตรออนไลน์.com

กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่พืชสมุนไพร หมู่ 4 ตำบลโคกจาน อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ และดำเนินการจนประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 36 คน พื้นที่กว่า 80 ไร่ ปลูกพืชสมุนไพรมากกว่า 20 ชนิด จำหน่ายทั้งแบบสดและแห้ง ให้กับโรงพยาบาลตระการพืชผลที่มีความต้องการสมุนไพร เพื่อนำไปแปรรูปเป็นยาแผนไทยรักษาผู้ป่วย และจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการทั้งในและนอกจังหวัดภายใต้แบรนด์ “ศุโขโอสถ” สร้างรายได้รวมปีละ 150,000-200,000 บาท โดยนายราเชนทร์ ทาวะรมย์ ผู้ประสานงานแปลงใหญ่พืชสมุนไพร หมู่ 4 ตำบลโคกจาน กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้สมาชิกเกษตรกรนำพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตและการตลาด จนได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่สนใจ หรือคนรุ่นใหม่ที่เป็น Young Smart Farmer ที่มีความสามารถด้านบริหารจัดการแบบกลุ่ม สามารถขยายเป็นภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งได้อีกด้วย”

หากคุณกำลังมองหาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ การปลุกสมุนไพร ก็อาจจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ

 

หุ้น TPS บวกเพิ่มขึ้นถึง 7% ควรช้อนซื้อไว้หรือไม่

รวมสิทธิ์ประโยชน์ดีๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

รวมสิทธิ์ประโยชน์ดีๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

หากคุณเป็นคุณหนึ่งที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี่คือสิ่งที่คุณจะได้

 

1.เงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 1 กรกฎาคม 2563

-เงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค ได้คนละ 200-300 บาทต่อเดือน

-ค่ารถโดยสารสาธารณะ ได้คนละ 500 บาทต่อเดือน

-วงเงินซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท (45 บาท 3 เดือนรูดลดค่าก๊าซได้ 1 ครั้ง)

 

2.เงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 15 กรกฎาคม 2563

-ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) จะได้รับเงิน 50-100 บาท ตามเกณฑ์รายได้

-รายได้ 0-30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท

-รายได้ 30,001-100,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 50 บาท

รวมสิทธิ์ประโยชน์ดีๆ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

3.เงินคืนภาษี 5% : ผู้ที่เติมเงินเข้าบัตรคนจน แล้วใช้จ่ายเงินซื้อของจะได้รับเงินภาษี VAT 5% คืนเข้าบัตร

-จ่ายผ่านบัตรฯ 100 บาท คืน VAT 5% เข้าบัตรฯ 5 บาท

 

4.เงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 18 กรกฎาคม 2563

-ช่วยค่าน้ำประปา ไม่เกินคนละ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

-โดยต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ให้เรียบร้อย และมีการใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

 

5.ลงทะเบียนขอคืนเงินประกันน้ำประปา จาก กปภ.

-โดยต้องลงทะเบียนขอคืนเงินประกันน้ำประปา กปน.ได้ที่ mwa.co.th มีวงเงินให้ 600 บาท

-ช่วยค่าไฟฟ้าไม่เกินคนละ 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

-โดยต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ให้เรียบร้อย และมีการใช้ไฟไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

6. ลงทะเบียนรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า MEA

-หากยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้า สามารถลงทะเบียนได้ผ่านทางเว็บไซต์ โดยต้องจ่ายเงินเองล่วงหน้า จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืนให้

 

7.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขอรับเงินอุดหนุนค่าน้ำ-ค่าไฟ

-กฟน. ช่วยค่าไฟฟ้า 230 บาท เฉพาะคนที่ยังไม่เคยลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ แค่ลงทะเบียนออนไลน์

 

VJ ธุรกิจออนไลน์สำหรับคนที่มั่นใจ สร้างความสุขให้ผู้อื่น

คลังวุ่น คนสละสิทธิ์เราไม่ทิ้งกัน ไม่คืนเงินเยียวยา

คลังวุ่น คนสละสิทธิ์เราไม่ทิ้งกัน ไม่คืนเงินเยียวยา

จริงๆ แล้วเรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาเลย หากว่าคนที่ได้รับความเดือดร้อนจะรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล แต่การที่พวกเขาเลือกที่จะสละสิทธิ์ไม่รับเงิน แต่ไม่คืนเงินที่ได้ไปแบบนี้ มันทำให้ระบบราชการมีปัญหา คือไม่สามารถเบิกเงินได้ตามขั้นตอนและระเบียบวิธีทางราชการ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการบริการจัดการงบประมาณของกระทรวงการคลังต่อไป

งานนี้ทางกระทรวงการคลังจึงได้ออกมาประกาศแจ้งขั้นตอนในการคืนเงินอย่างเป็นทางการ ของผู้ที่ขอสละสิทธิ์ไว้ ให้นำเงินเยียวยาเต็มจำนวนมาคืนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือทาง Mobile Banking และ ATM ธนาคารไหนก็ได้ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลังอย่าง นายลวรณ แสงสนิท ได้ออกมาโพสต์ข้อความประกาศบนโลกออนไลน์ เพื่อชี้แจงรายละเอียดของเรื่องนี้ ดังต่อไปนี้

คลังวุ่น คนสละสิทธิ์เราไม่ทิ้งกัน ไม่คืนเงินเยียวยา

“เรื่องการเรียกคืนเงินจากกลุ่มผู้สละสิทธิ์มาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน 5,000 บาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 มิ.ย. 63 มีจำนวนผู้สละสิทธิ์ 10,121 คน มีผู้คืนเงินให้กระทรวงการคลังครบแล้ว 2,455 คน คงเหลืออีก 7,666 คน ที่ยังไม่คืนเงิน

กระทรวงการคลังจึงมีหนังสือแจ้งกลุ่มผู้สละสิทธิ์มาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ให้คืนเงินที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด โดยหลังจากที่ออกหนังสือไปแล้ว ณ วันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้คืนเงินเพิ่มเติม 84 คน ดังนั้น เพื่อให้การสละสิทธิ์สมบูรณ์ขอให้ผู้ที่สละสิทธิ์คืนเงินเต็มจำนวนให้กระทรวงการคลัง ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ผ่าน Mobile Banking Internet Banking หรือ ATM ของธนาคารใดก็ได้ หรือนำหนังสือที่ได้รับไปติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทั่วประเทศ”

เขาขอมาตรงๆ อย่างนี้แล้ว ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่าจะคืนคลังไหม

 

# IAA วิเคราะห์เศรษฐกิจไตรมาส 3 รับมือกรณี COVID-19